Tuesday, February 21, 2012

raisin muffin

วันนี้ขอเปลี่ยนแนวมาลองทำมัฟฟินกันบ้างนะคะ  สูตรของ raisin muffin หรือมัฟฟินลูกเกด มาจากหนังสือชื่อ fresh from the oven ของ Hamlyn  วิธีทำไม่ยากใช้เวลาในการเตรียมประมาณ 20 นาที  แต่เเหม่มขอดัดแปลงนิดหน่อย สูตรดั้งเดิมเติมลูกพรุนแห้ง แต่เเหม่มชอบกินลูกเกดมากกว่า ไม่เป็นไรใช้ได้เหมือนกัน


สูตรนี้ทำได้ประมาณ 12 ชิ้น

แป้งสาลีเอนกประสงค์............................. 2 1/2 ถ้วยตวง
ผงฟู....................................................... 3 ช้อนชา
น้ำตาลทรายแดง.................................... 1/2 ถ้วยตวง
ลูกเกดแห้ง............................................. 2/3 ถ้วยตวง (ถ้าใช้พรุนแห้งก็แนะนำให้สับหยาบก่อน)
ไข่ไก่..................................................... 3 ฟอง
น้ำมันดอกทานตะวัน.............................. 4 ช้อนโต๊ะ
เนยจืดละลาย........................................ 4 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นวนิลลา............................................ 1 1/2 ช้อนชา
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ................................ 2/3 ถ้วยตวง

เริ่มทำกันเลยดีกว่า
แบ่งส่วนผสมออกเป็นสองส่วน
ส่วนผสมที่ 1




แป้งสาลีเอนกประสงค์  ผงฟู  น้ำตาลทรายแดง  ลูกเกดแห้ง

ส่วนผสมที่ 2




ไข่ไก่ น้ำมันพืช  วานิลลา  โยเกิร์ต  เนยจืดละลาย
สิ่งที่สำคัญ ไข่ไก่ โยเกิร์ต  ควรทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อน  
ส่วนเนยละลาย  ทิ้งไว้ซักพักอย่าผสมขณะร้อน

ขั้นตอนการทำเริ่มจากส่วนผสมที่ 1



 


ร่อนแป้ง


 


เติมน้ำตาลทรายแดง ผงฟู
ผสมส่วนผสมเข้าด้วยกัน



 

เติมลูกเกดแห้งลงไป คนผสมให้เข้ากัน

ส่วนผสมที่ 2

 


ตอกไข่ทั้งหมด เติมกลิ่นวนิลลา  น้ำมันดอกทานตะวันลงในไข่  ตีผสมให้พอเข้ากัน

 


เติมโยเกิร์ต  แล้วตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง


 


ค่ิอย ๆ เทส่วนผสมที่ 2 (ของเหลว) ลงในส่วนผสมที่ 1 (ของแห้ง) คนผสมให้เข้ากัน




เทส่วนผสมลงในพิมพ์  วันนี้แหม่มใช้พิมพ์ซิลิโคน  รองตรงพื้นพิมพ์ด้วยพิมพ์กระดาษอีกที 
เติมส่วนผสมให้พอดีกับพิมพ์กระดาษ
เข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศา 25 นาที  ตามสูตร 18-20 นาที อันนี้ก็เเล้วเเต่เตาอบของแต่ละคนนะคะ





พอดีว่ามีสตอเบอร์รี่เลยขอยืมมาเป็นฉากหลังซะหน่อย

Friday, February 17, 2012

Chiffon cake with strawberry sauce

เมื่อวานเกิดอาการเซ็งจิตเล็กน้อยค่ะ เลยต้องหาอะไรทำ สืบเนื่องจากอาการของมนุษย์ประหลาดที่อยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ฮ่า ฮ่า เลยจัดเต็มทำเค้กซะเลย 

สตอเบอรี่เเสนเเพงที่ซื้อมาก็ยังไม่หมดซะที (เอ๊ะ สตอเบอรี่กลายเป็นค้างปีซะเเล้ว) เลยต้องหาวิธีการกำจัดสตอเบอรี่  ถ้าจะหม่ำเเบบสด ๆ มันก็ไม่ได้อารมณ์ต้องทำอะไรให้ยากขึ้นค่ะ  นั่งจินตนาการคิดภาพเค้กคร่าว ๆ ว่าน่าจะต้องนิ่ม ๆ หม่ำกับวิปครีมนุ่ม ๆ ราดสตอเบอรี่เยิ้ม ๆ นะ โอ้โห อร่อยเหาะ ถามหาสูตรเค้กจากอากู๋เหมือนเคย    เค้กคราวนี้เป็นสูตรเค้กจากเจ้าของบล๊อคชื่อดัง  เเม่ปูเเห่งบล๊อคเเกงค์ค่ะ เเม่ปูตั้งชื่อเค้กว่า Strawberry cream cake  ก่อนหน้านี้เเหม่มเคยตั้งชื่อเค้กนี้เเล้ว เดี๋ยวจะซ้ำกันเลยขอเปลี่ยนเป็น Chiffon cake with strawberry sauce นะคะ


เเหม่มเพิ่งจะเข้าใจว่าพิมพ์ของไทยกับที่ญี่ปุ่นขนาดไม่เท่ากัน (ความสูง)  ก็ตอนที่เพื่อนโทรมาถามเรื่องเค้ก ว่าทำไมเค้กเเหม่มถึงเตี้ยจัง  เพื่อนยืนยันโดยการถ่ายรูปมาให้ดู  โอ้ววว เค้กเธอสูงเป็นคอนโดเลยอ่ะ  พอดีว่าพิมพ์ที่เเหม่มซื้อที่ญี่ปุ่นจะสูงน้อยกว่าที่ไทย  เเต่ความกว้างเท่ากัน  เวลาเเหม่มอบตามสูตร (โดยเฉพาะสูตรเค้กของไทย)  เค้กจะเหลือ  ใส่พิมพ์ได้ไม่หมด เค้กที่เหลือเลยกลายมาเป็นคัพเค้ก   เพราะฉะนั้นเค้กที่อบออกมาของเเหม่มจึงต่ำเตี้ยเป็นเค้กกะต๊อบไม่สูงเหมือน เค้กคอนโดด้วยประการฉะนี้




Photobucket


เค้กวันนี้เลยมีสองเเบบ เเบบคัพเค้กกับเค้กก้อนค่ะ


ชิฟฟ่อนเค้ก (สำหรับพิมพ์ 18 cm)

 ไข่ไก่ขนาดใหญ่.......................... 3 ฟอง แยกไข่แดง-ไข่ขาว
น้ำตาลทราย................................. 1 1/3 ถ้วยตวง (แบ่งเป็นสองส่วน 1 ถ้วย บวก  1/3 ถ้วย)
ผงฟู............................................. 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลีเอนกประสงค์...................200 กรัม
น้ำมันคาโนล่า.............................. 1/2 ถ้วยตวง
นมสดจืด......................................3/4 ถ้วยตวง
เกลือป่น.......................................1 ช้อนชา
วานิลา........................................ .1 ช้อนชา



Strawberry sauce

สตรอเบอร์รี่สด หรือแช่แข็ง......... 3๐๐ กรัม  (ล้างให้สะอาดแล้วผ่าครึ่ง)
น้ำตาลทราย................................ 1๐๐ กรัม
น้ำส้ม.......................................... 1/4 ถ้วย
เกลือ........................................... 1/8 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด.................................1 ช้อนชา (ละลายน้ำเล็กน้อย)


whipping cream

whipping cream.............................200 กรัม
น้ำตาลทรายป่น.............................30 กรัม
วานิลลา.........................................1 ช้อนชา



เริ่มทำชิฟฟ่อนเค้ก

เริ่มเเรกวอร์มเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียสค่ะ  สำหรับพิมพ์ทาเนยที่ก้นอย่างเดียว  โรงแป้งเเค่บาง ๆ เเล้ววางกระดาษไขที่ก้นพิมพ์

นำส่วนผสมเเห้งร่อนรวมกัน ได้เเก่  แป้ง  ผงฟู  เกลือ  เเละน้ำตาล 1/3 ถ้วยตวง  พักไว้

ผสมส่วนของเหลว ได้เเก่ ไข่เเดง น้ำมัน นมสด วานิลาคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน  จากนั้นเติมส่วนผสมของเหลวลงในส่วนของเเป้งด้านบนที่พักเอาไว้  คนผสมให้เข้ากัน

ตีไข่ขาวให้เป็นฟองละเอียดเเล้วค่อย ๆ เติมส่วนของน้ำตาลที่เหลือ  ตีต่อด้วยสปีดสูงสุดจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน  แม่ปูเตือนเอาไว้ว่า  ระวังอย่าตีไข่ให้แข็งมากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะได้เค้กเนื้อหยาบ  ถ้าตีไข่ไม่ได้ที่ยังเป็นน้ำใสๆอยู่ เนื้อเค้กอาจเป็นปื้นได้ค่ะ  


จากนั้นค่อย ๆ เเบ่งผสมส่วนของไข่ขาวลงในอ่างเเป้ง  เเบ่งผสมสองครั้ง ๆ ค่อย ๆ ตะล่อมผสมให้เข้ากัน อย่าลืมใช้พายยางปาดขอบอ่างด้วยค่ะ  ส่วนผสมที่ได้จะข้น พับเป็นรอยได้

เทส่วนผสมประมาณครึ่งพิมพ์  เเล้วกระเเทกเบา ๆ สองครั้งก่อนอบ  ใช้เวลาประมาณ 25-30 ถ้าพิมพ์ขอบสูงก็นานหน่อยค่ะ


ระหว่างรอเค้กสุกก็มาเตียมซอสสตอเบอรี่กันต่อ

หั่นครึ่งสตอเบอรี่ลงในหม้อ เติมน้ำตาล น้ำส้ม เเล้วตั้งไฟจนเดือด   เเหม่มชอบข้น ๆ ค่ะ เลยเติมเเป้งข้าวโพดประมาณหนึ่งช้อนชา (ละลายน้ำ)  ลงไปด้วย  หมั่นคนเป็นพัก ๆ พอซอสข้นได้ที่ก็ยกลง พักให้เย็นค่ะ  เเม่ปูเเนะนำว่าถ้าน้ำสตอเบอรี่เยอะเกินก็เอากระชอนกรองออก เเล้วเก็บเอาไว้ราดหน้าเค้กตอนตัดเสิร์ฟค่ะ


เค้กสุกเเล้วก็พักให้เย็นก่อน  เตรียมวิปปิ้งครีมให้พร้อมรอเเต่งหน้าเค้กเลยค่ะ  วันนี้ไม่ได้สอดไส้วิปปิ้งครีมตรงกลางนะคะ  โปะ ๆ ลงไปเลยค่า  ถ้าทานกันเองเเบบไม่คิดอะไรมากก็เเต่งง่าย ๆ สบาย ๆ เลยค่ะ  เสร็จเเล้วก็ราดซอสสตอเบอรี่โปะไปด้านบนเค้ก  เเช่เย็นเอาไว้ซักพัก  พอเอาออกมาตัดก็จะเยิ้มอย่างนี้ล่ะคะ



Photobucket